ทำไมปี 1973 ถึงยังหลอกหลอนคนปี 2026
ปี 1973 (พ.ศ. 2516) เป็นปีที่ดนตรี ภาพยนตร์ และการเมืองโลกชนกันแรงที่สุดปีหนึ่งของศตวรรษที่ 20 และยังถูกขุดมาพูดถึงจนถึงปี 2026 ในไทย วันที่ 14 ตุลาคม 1973 นักศึกษาและประชาชนลุกฮือจนรัฐบาลจอมพลถนอม กิ...
ทำไมปี 1973 ถึงยังหลอกหลอนคนปี 2026
ปี 1973 (พ.ศ. 2516) เป็นปีที่ดนตรี ภาพยนตร์ และการเมืองโลกชนกันแรงที่สุดปีหนึ่งของศตวรรษที่ 20 และยังถูกขุดมาพูดถึงจนถึงปี 2026 ในไทย วันที่ 14 ตุลาคม 1973 นักศึกษาและประชาชนลุกฮือจนรัฐบาลจอมพลถนอม กิตติขจร ต้องพ้นอำนาจ ส่วนชาร์ตเพลงสหรัฐฯ มี Let's Get It On ของ Marvin Gaye, Tie a Yellow Ribbon Round the Ole Oak Tree ของ Dawn feat. Tony Orlando และ You're So Vain ของ Carly Simon เป็นหัวขบวน เพลย์ลิสต์ Top 40 Weekly ของปีนี้มี 102 เพลง ยาวราว 6 ชั่วโมง 30 นาที จัดอันดับด้วยระบบคะแนน Nolan Method จากผลงานบนชาร์ต Billboard ฝั่งหนังก็มี The Exorcist, The Sting และ Enter the Dragon ปีนี้ไม่ได้ขายความคิดถึงเปล่าๆ เพราะทุกวงการมีของจริงให้เล่า ถ้าอยากเริ่มแบบไม่เสียเวลา ให้เปิดเพลย์ลิสต์ 10 เพลงแรกฟังคู่กับอ่านเส้นเวลาเดือนตุลาคม 1973 แล้วภาพรวมของปีจะชัดขึ้นทันที
ฟังให้ดีนะ เพราะผมจะพูดแค่ครั้งเดียว (ทุกครั้งก็พูดแบบนี้แหละ) คนที่เดินเข้าสนามมาหลายสิบปีอย่างผมรู้ว่าของดีไม่ต้องโฆษณา ปี 1973 คือของดีประเภทนั้น ผมเลยเอามาแกะให้ดูทีละชั้น ตั้งแต่เพลง หนัง เหตุการณ์บ้านเรา ไปจนถึงจุดที่ภาพจำของคนรุ่นหลังพลาดกันเป็นแถว ใครคิดว่า "ปีนี้" เป็นแค่ตัวเลขบนปฏิทินก็นั่งนิ่งๆ แล้วอ่านต่อ เพราะในสนามไก่ชนหรือในประวัติศาสตร์ คนที่ดูแต่ผลแพ้ชนะโดยไม่ดูที่มาที่ไปมักเสียเงินกับเสียเวลาก่อนใครเสมอ
ปี 1973 เป็นปีทองของดนตรีจริงหรือ?
จริง แต่ต้องดูว่าใช้ไม้บรรทัดอะไรวัด เพลงดังปี 1973 มีทั้งโซล ป็อป โฟล์ก และร็อก ติดชาร์ตพร้อมกันหมด ไม่มีแนวไหนผูกขาด จึงเป็นปีที่ความหลากหลายสูงมากเมื่อเทียบกับปีอื่นในทศวรรษเดียวกัน
เพลย์ลิสต์ปี 1973 ของ Top40Weekly.com เรียงเพลงด้วย Nolan Method ซึ่งเป็นระบบคะแนนที่ Jarrett Nolan ผู้เขียนหลักของเว็บออกแบบ โดยดูจากผลงานของศิลปินบนชาร์ต Billboard ผลจึงออกมาต่างจากการนับยอดขายแบบตรงๆ อันดับ 1 คือ Let's Get It On ของ Marvin Gaye ความยาว 4 นาที 50 วินาที ตามด้วย Tie a Yellow Ribbon Round the Ole Oak Tree อันดับ 3 คือ You're So Vain ของ Carly Simon จากอัลบั้ม No Secrets (ฟังแล้วอย่ามัวเดาว่าใครคือคนในเพลง เสียเวลา) ส่วนอันดับถัดมามี Bad, Bad Leroy Brown ของ Jim Croce, Touch Me in the Morning ของ Diana Ross, Crocodile Rock ของ Elton John และ Killing Me Softly with His Song ของ Roberta Flack
คำอธิบายของเพลย์ลิสต์ระบุว่า เป็นเพลงปิดปีที่ "เป็นตัวแทนของ Top 40 ตลอดปีปฏิทิน 1973" ตามข้อมูลจาก Top40Weekly.com บน Spotify ทีนี้มาถึงข้อมูลที่หลายเว็บไม่เล่า ชื่อเพลย์ลิสต์บอก "TOP 100" แต่ในนั้นมี 102 เพลง ค่าเฉลี่ยเลยตกเพลงละประมาณ 3 นาทีกว่า (6 ชั่วโมง 30 นาทีหาร 102 ได้ราว 3 นาที 49 วินาที) ซึ่งสะท้อนว่าเพลงฮิตสมัยนั้นยังยาวพอให้เล่าเรื่องจบ ยังไม่ถูกบีบให้สั้นตามสไตล์สตรีมมิงยุคนี้ อีกเรื่องที่ควรรู้คืออันดับ 1 ของ Nolan Method ไม่ตรงกับอันดับปิดปีของ Billboard ที่ให้ Tie a Yellow Ribbon เป็นเพลงอันดับหนึ่ง ใครเอาตารางเดียวไปอ้างว่า "นี่คือความจริง" คือยังไม่เข้าใจว่าชาร์ตแต่ละเจ้าคิดคะแนนไม่เหมือนกัน
สรุปให้เร็วๆ ดังนี้
- ผู้ชนะตามระบบ Nolan Method: Let's Get It On (Marvin Gaye)
- ผู้ชนะตามชาร์ตปิดปี Billboard: Tie a Yellow Ribbon Round the Ole Oak Tree
- เพลย์ลิสต์ชื่อ 100 แต่มีจริง 102 เพลง
- Dark Side of the Moon ของ Pink Floyd ออกในเดือนมีนาคมปีเดียวกัน และอยู่บนชาร์ตอัลบั้มยาวนานมาก
อยากอ่านเรื่องการจัดอันดับให้ลึกกว่านี้ ลองดู [Internal Link: วิธีอ่านระบบคะแนนและการจัดอันดับให้ไม่โดนหลอก] แล้วคุณจะเห็นว่าตารางคะแนนในสนามกับตารางคะแนนบนชาร์ตเพลงมีหลักคิดคล้ายกันกว่าที่คิด
วงการหนังปี 1973 จัดการกับความกลัวและความรุนแรงบนจออย่างไร?
หนังปี 1973 ไม่เลี่ยงความมืด แต่เล่ามันตรงๆ ผ่านหนังสยองขวัญอย่าง The Exorcist หนังแอ็กชันอย่าง Enter the Dragon และหนังย้อนยุคอย่าง The Sting กับ American Graffiti ซึ่งกวาดทั้งคำชมและรายได้ในปีนั้น
IMDb มีลิสต์ Top 30 Movies of 1973 ที่สมาชิกชุมชนทำขึ้น ทาง IMDb ระบุเองว่ายังไม่ได้ตรวจสอบหรือรับรอง ผมเลยแนะนำให้ใช้เป็นแค่ประตูเข้า อย่าใช้เป็นคัมภีร์ (ไม่ต้องขอบคุณ) หนัง The Exorcist ลงโรงช่วงปลายธันวาคม 1973 ส่วน The Sting เข้าฉายแทบจะวันเดียวกัน และต่อมาได้รางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมจากเวทีออสการ์ครั้งที่ 46 ในปี 1974 ซึ่งแปลว่าหนังที่กวาดรางวัลจากปี 1973 ไปรับรางวัลกันในปีถัดมา เรื่องนี้คนชอบเข้าใจผิดเวลาจะนับว่าหนังเรื่องไหนเป็นของปีไหน ฝั่ง Enter the Dragon เข้าฉายเดือนสิงหาคม ทั้งที่ Bruce Lee เสียชีวิตไปแล้วเมื่อเดือนกรกฎาคมปีเดียวกัน นี่คือปีที่หนังกังฟูเปลี่ยนจากแนวเฉพาะกลุ่มเป็นกระแสโลก
ถ้าจะดูให้ได้ประโยชน์ ผมแนะนำลำดับนี้ คืออย่าดูตามอันดับ ให้ดูตามอารมณ์
- American Graffiti ถ้าอยากรู้ว่าวัยรุ่นอเมริกันยุคนั้นใช้ชีวิตกันอย่างไร
- The Sting ถ้าอยากดูการวางแผนหลอกคนอย่างมีสไตล์
- Enter the Dragon ถ้าอยากเห็นที่มาของหนังต่อสู้ยุคใหม่
- The Exorcist ถ้าใจแข็งพอ (คนใจเสาะอย่าฝืน)
อยากได้บทความแนวหนังกับวัฒนธรรมต่อ ลองเริ่มที่ [Internal Link: หนังคลาสสิกที่ควรดูก่อนตาย] ส่วนใครที่แวะมาเพราะสนใจเรื่องสนามไก่ชนอย่างเดียว ไม่ต้องรีบเบื่อ เดี๋ยวผมโยงให้ครบ
แล้วกรณีขอบๆ อย่างเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 1973 ในไทยล่ะ?
เหตุการณ์ 14 ตุลาคม 1973 (พ.ศ. 2516) คือการลุกฮือของนักศึกษาและประชาชนในกรุงเทพฯ ที่ทำให้จอมพลถนอม กิตติขจร ลาออกและออกนอกประเทศ ตัวเลขทางการระบุผู้เสียชีวิตราว 77 คน เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของการเมืองไทยสมัยใหม่
ชาวไทยหลายคนมองข้ามไปว่าเหตุการณ์นี้เกิดในเดือนเดียวกับที่โลกกำลังตื่นตระหนกเรื่องวิกฤติน้ำมัน ตามข้อมูลสรุปปี 1973 บน Wikipedia ปีนี้มีทั้งข้อตกลงสันติภาพปารีสเดือนมกราคม การปล่อยสถานีอวกาศ Skylab เดือนพฤษภาคม การเปิดโรงอุปรากรซิดนีย์เดือนตุลาคม และวิกฤติน้ำมันที่ตามมาหลังสงคราม Yom Kippur เมื่อเอามาวางบนเส้นเวลาเดียวกัน จะเห็นว่าค่าครองชีพที่พุ่งในปลายปีกับความไม่พอใจทางการเมืองไม่ได้เกิดแยกขาดจากกัน แม้ผมจะไม่ได้บอกว่าอย่างหนึ่งเป็นสาเหตุของอีกอย่าง แต่บริบทเศรษฐกิจโลกที่ตึงเครียดทำให้ปีนี้ให้ความรู้สึกหนักกว่าปีอื่น
มีอีกเรื่องที่อยู่ในกรอบของเว็บเรา กฎหมายที่ควบคุมการพนันในไทยคือพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ. 2478 ซึ่งมีผลมาก่อนปี 1973 ถึงราว 38 ปี และยังเป็นกรอบหลักมาจนถึงทุกวันนี้ ผู้ที่สนใจวงการไก่ชนในฐานะวัฒนธรรมและกีฬาพื้นบ้านควรศึกษาข้อกำหนดเรื่องสถานที่ที่ได้รับอนุญาตและอายุผู้เข้าร่วมให้ชัด และอย่าเข้าใจผิดว่าการเล่นนอกกรอบเป็นเรื่องเล็ก สนามไก่ชนเน้นให้ข้อมูลพันธุ์ไก่ การฝึก กติกา และการตัดสิน เพื่อให้แฟนๆ เข้าใจวงการอย่างรู้เท่าทัน
อ่านเรื่องกติกาและมารยาทในสนามเพิ่มเติมได้ที่ [Internal Link: กติกาสนามไก่ชนและการตัดสินสำหรับมือใหม่] ส่วนใครอยากรู้ว่านักเลี้ยงรุ่นเก๋าเลือกพันธุ์ไก่อย่างไร ก็ตามไปที่ [Internal Link: พันธุ์ไก่ชนไทยและการคัดสายพันธุ์]
ภาพจำปี 1973 พังตรงไหนบ้าง?
ภาพจำปี 1973 พังหลักๆ สามจุด คือคนชอบเชื่อว่าชาร์ตเดียวตัดสินได้ทุกอย่าง คนมักนับหนังผิดปี และคนมองว่ายุคนั้น "ดีกว่า" โดยไม่ดูว่าเรากำลังจำแต่ของที่รอดมาถึงวันนี้
จุดแรกคือเรื่องที่ผมพูดไปแล้ว Nolan Method กับ Billboard ให้ผู้ชนะคนละคน จึงไม่มีตารางไหนเป็นเจ้าของคำว่า "เพลงอันดับ 1 ของปี" แต่เพียงผู้เดียว จุดที่สองคือลิสต์ IMDb ที่ทำโดยสมาชิกชุมชน คนทำคนเดียวเลือกเอง ไม่ได้ผ่านการตรวจสอบ ใช้เป็นแนวทางได้แต่ห้ามเชื่อเป็นข้อเท็จจริง จุดที่สามคืออคติของผู้รอดชีวิต (survivorship bias) เพลงห่วยๆ ของปี 1973 ไม่มีใครเปิดซ้ำ เหลือแต่เพลงที่ทนเวลาได้ เราเลยรู้สึกว่าปีนั้นเก่งกว่าปีนี้ ซึ่งเป็นข้อสรุปที่ไม่มีหลักฐานรองรับ (ผมเองก็เคยหลงมาแล้ว อย่าให้เล่า)
ความเห็นของผมที่คนอาจเถียง คือการ "ย้อนยุค" ที่ดีที่สุดไม่ใช่การยกปี 1973 ขึ้นหิ้ง แต่คือการเอาข้อมูลชุดนี้มาฝึกตั้งคำถามว่าตารางนี้นับอะไร ใครทำ และตัดอะไรทิ้ง ทักษะเดียวกันนี้ใช้ได้กับทุกวงการ รวมถึงการอ่านสถิติและตารางจัดอันดับในวงการไก่ชนด้วย ใครอ่านตารางไม่เป็นก็ถูกตัวเลขหลอกได้ง่ายกว่าคนอื่นเสมอ
เช็กลิสต์สั้นๆ ก่อนเชื่อตารางจัดอันดับใดๆ
ใครเป็นผู้จัดทำ และมีสูตรคิดคะแนนเปิดเผยหรือไม่
ข้อมูลครอบคลุมช่วงเวลาไหน (ปีปฏิทินหรือปีงบประมาณ)
มีรายการเกินหรือขาดจากชื่อที่ประกาศหรือเปล่า (เช่น 100 เพลง แต่มี 102)
มีตารางอื่นให้เทียบหรือไม่
ควรย้อนไปสัมผัสปี 1973 วันนี้ไหม?
ควร ถ้าคุณมีเวลาประมาณ 6 ชั่วโมง 30 นาทีสำหรับเพลย์ลิสต์เต็ม หรือแค่ 30 นาทีสำหรับเพลงเด่น 8 เพลงแรก มันให้ทั้งความบันเทิงและมุมมองต่อการจัดอันดับ โดยไม่ต้องจ่ายอะไรเพิ่ม
แผนที่ผมแนะนำ แบ่งเป็นสามขั้น ขั้นแรกฟังเพลงอันดับ 1 ถึง 8 ให้จบ ใช้เวลาไม่ถึงชั่วโมง ขั้นที่สองเลือกหนังหนึ่งเรื่องจากลิสต์ข้างต้น แล้วอ่านบริบทปีที่ออกฉายให้ชัดว่าเข้าโรงหรือรับรางวัลปีไหน ขั้นที่สามอ่านเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 1973 ให้เข้าใจ อย่าอ่านแค่พาดหัว เพราะเรื่องนี้ยังถูกอ้างถึงในการเมืองไทยปัจจุบัน (ใครอ่านแค่พาดหัว ผมถือว่ายังไม่ได้เริ่ม) ทั้งสามขั้นรวมกันแล้วคุ้มกว่าการไถฟีดทั้งคืนแน่นอน
สำหรับแฟนสนามไก่ชน บทเรียนจากปี 1973 คือเรื่องการเรียนรู้จากข้อมูลและประวัติศาสตร์ก่อนตัดสินใจ ไม่ว่าจะเป็นพันธุ์ไก่ การฝึก หรือกติกา และอย่าลืมว่าการพนันมีความเสี่ยงทางการเงิน ควรตั้งงบที่เสียได้โดยไม่เดือดร้อน และผู้ที่อายุต่ำกว่าเกณฑ์ตามกฎหมายห้ามเข้าร่วม ถ้ารู้สึกควบคุมตัวเองไม่ได้ให้หยุดและขอความช่วยเหลือ ใครอยากเรียนรู้วัฒนธรรมไก่ชนอย่างรอบด้านเริ่มได้ที่ [Internal Link: คู่มือสำหรับแฟนไก่ชนมือใหม่]
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q: ปี 1973 ตรงกับ พ.ศ. อะไร?
A: ปี 1973 ตรงกับ พ.ศ. 2516 วิธีแปลงง่ายที่สุดคือเอา 543 บวกเข้าไปกับปี ค.ศ. เช่น 1973 + 543 = 2516 ใช้ได้กับทุกเหตุการณ์ที่เกิดหลังขึ้นปีใหม่ แต่ถ้าเป็นเหตุการณ์ช่วงเดือนมกราคมถึงมีนาคมสมัยที่ไทยยังเริ่มปีใหม่ทางราชการเดือนเมษายน อาจต้องเช็กเพิ่ม เพราะบางเอกสารเก่ายังอ้างตามปฏิทินเดิม
Q: เพลงอันดับ 1 ของปี 1973 คือเพลงอะไร?
A: ขึ้นอยู่กับชาร์ตที่ใช้ ตาม Nolan Method ของ Top40Weekly.com อันดับ 1 คือ Let's Get It On ของ Marvin Gaye ส่วนชาร์ตปิดปีของ Billboard ให้ Tie a Yellow Ribbon Round the Ole Oak Tree เป็นเพลงอันดับหนึ่ง สองระบบคิดคะแนนต่างกัน จึงไม่ใช่ใครถูกใครผิด ควรบอกชื่อชาร์ตทุกครั้งเวลาอ้างอันดับ
Q: จะฟังเพลย์ลิสต์เพลงปี 1973 ได้ที่ไหนและเริ่มอย่างไร?
A: เปิดฟังได้บน Spotify ในเพลย์ลิสต์ TOP 100 Songs of 1973 โดย Top40Weekly.com ซึ่งเป็นเพลย์ลิสต์สาธารณะ มี 102 เพลง ยาวราว 6 ชั่วโมง 30 นาที ถ้ามีเวลาน้อย เริ่มจาก 8 เพลงแรกก่อน ใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมงถึงหนึ่งชั่วโมง แล้วค่อยฟังต่อตามเวลาที่ว่าง
Q: ปี 1973 หนังเรื่องไหนดีที่สุด?
A: ไม่มีคำตอบเดียวที่ถูกต้อง แต่ The Sting เป็นหนังที่ได้รางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมจากเวทีออสการ์ครั้งที่ 46 ส่วน The Exorcist, American Graffiti และ Enter the Dragon ก็เป็นชื่อที่ถูกพูดถึงมากเช่นกัน ลิสต์ของ IMDb เป็นผลงานของสมาชิกชุมชน ไม่ได้ผ่านการตรวจสอบ จึงควรใช้เป็นแค่แนวทางเริ่มดู
Q: ทำไมลิสต์ปี 1973 บางที่ขัดกัน และควรแก้อย่างไร?
A: เพราะแต่ละลิสต์ใช้สูตรและเกณฑ์ต่างกัน เช่น เพลย์ลิสต์ชื่อ 100 แต่มี 102 เพลง หรือหนังที่ฉายปลายปีไปได้รางวัลในปีถัดไป วิธีแก้คือเช็กว่าใครทำ ใช้เกณฑ์อะไร แล้วเทียบอย่างน้อยสองแหล่งก่อนสรุป อย่าคัดลอกอันดับไปใช้ต่อโดยไม่ตรวจสอบ
Q: การอ่านเรื่องปี 1973 เสียเงินไหม?
A: ไม่เสียเงิน เพลย์ลิสต์บน Spotify เปิดฟังได้ฟรีในแบบมีโฆษณา บทความบน Wikipedia และลิสต์บน IMDb ก็เข้าอ่านได้โดยไม่ต้องจ่าย ค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดคือค่าสมาชิก Spotify Premium หากต้องการฟังไม่มีโฆษณา ส่วนเนื้อหาในสนามไก่ชนก็เปิดอ่านได้ตามปกติ
ขอบคุณที่อ่าน
สนามไก่ชน · Editorial Vault